ภูเขาหินปะการัง ทะยานเสียดฟ้า กลางเมืองแพร่ดินแดนล้านนา By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014

วันที่เขียน 04/10/2016
ยอดเข้าชม

13

ภูเขาหินปะการัง ทะยานเสียดฟ้า กลางเมืองแพร่ดินแดนล้านนา By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014

วันที่เขียน

04/10/2016

ยอดเข้าชม

13

เขียนโดย Nuim Navigator

แชมป์รายการแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย (Workpoint) / พิธีกรเที่ยวสบายสไตล์ชุมชน / Podcaster

ภูเขาหินปะการัง ทะยานเสียดฟ้า กลางเมืองแพร่ดินแดนล้านนา By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014

ใกล้หน้าหนาวแล้ว…ใครๆ ก็นึกถึงภูเขาครับ เพราะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสุดๆ ลมแรงกำลังดี ท้องฟ้าสีสดใส แต่หลายๆ ที่ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย บางคนไปเที่ยวแล้วอาจหมดสนุก ไม่รู้สึกเหมือนว่าไปพักผ่อน ช่วงหลังๆ หลายคนจึงหาแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกออกไปเรื่อยๆ

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับที่ชอบสรรหาที่เที่ยวใหม่ๆ เพื่อสร้างทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือการบุกเบิกสถานที่ใหม่ๆ นั้น ทำให้ผมสามารถนำมาบอกต่อทุกคนได้อีก เหมือนกับครั้งนี้ที่ผมจะพาไปยืนอยู่บนภูเขาที่มีปะการังอยู่ด้วยจริงๆ…กลางเมืองแพร่ ดินแดนล้านนาของเราครับ

ไม่ได้ล้อเล่นครับ นี่คือ “ภูเขาหินปะการัง” อยู่บนยอดดอยผากลอง ตามความเชื่อเล่าว่าชื่อนี้มีที่มาจากการได้ยินเสียงเหมือนคนตีกลองจากยอด เขานี้อยู่เสมอๆ ซึ่งมีความสูงประมาณ 400 เมตร ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 40 กม. หากมองดูตั้งแต่ทางเดินขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างจากภูเขาหินปูนทั่วไป ทางเดินขึ้นชมภูเขาหินปะการังมีอิฐตัวหนอนปูให้เดินกันอย่างชิลล์ๆ ในช่วงระยะประมาณ 500 เมตรแรก และจะเจอกับจุดพักที่ขอบอกว่ามหัศจรรย์มากๆ นั่นคือ “ช่องแอร์ธรรมชาติ” โดยจะมีลมแรงๆ เย็นๆ สบายไม่ต่างจากแอร์บ้านครับ พัดออกมาจากช่องเล็กๆ ของถ้ำ เหมาะแก่การนั่งพักเติมแรงคลายร้อนก่อนเดินลุยกันต่อ อ้อ! อย่าลืมไหว้ศาลเจ้าพ่อดอยผากลองที่อยู่ใกล้ๆ กันเอาฤกษ์เอาชัยด้วยนะครับ

จากจุดแวะพักนี้ไปจะเป็นทางเดินแบบโขดหิน แต่ก็ถือว่าไม่ลำบาก เพราะมีบันไดที่เจ้าหน้าที่ทำไว้ให้เป็นระยะๆ และอีกเพียง 300 เมตรก็จะถึงยอดเขาที่เป็นไฮไลท์ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ แนวหินที่อยู่รอบตัวจะกลายเป็นแผ่นหินบางๆ ทรงแหลม ในความสูงที่ลดหลั่นและแตกต่างกัน เมื่อสุดทางที่ยอดเขาดอยผากลอง เราจะถึงบางอ้อว่าทำไมจึงเรียกว่า “ภูเขาหินปะการัง” เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแนวยอดเขาแหลมคมที่สลับเฉดสีเทาๆ กันอย่างสวยงาม คล้ายกับแผ่นปะการังที่อยู่ใต้ทะเลเลย…นี่แหละความมหัศจรรย์ของธรรมชาติครับ

อย่างที่รู้กันว่า ภูเขาเกิดจากขยับตัวของเปลือกโลกหลายล้านปีก่อน และเป็นภูเขาหลายๆ แบบอย่างที่เห็น แต่ “ภูเขาหินปะการังบนยอดดอยผากลอง” แห่งนี้แตกต่างครับ เพราะเคยอยู่ในทะเลมาก่อน แถมเป็น “ทะเลน้ำตื้น” ด้วย ทำให้มีลักษณะของหินปูนที่แปลกออกไป นั่นคือเป็นชั้นๆ ที่ซ้อนกันอยู่ พอถูกลมฝนลมพายุพัดกัดเซาะเข้าทุกวันๆ จึงเหมือนการตกแต่งและขัดเกลาภูเขาหินนี้ให้เป็นทรงที่เพรียวบาง มียอดแหลมเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินขึ้นไปชมความงดงามบนยอดเขานี้คือช่วงเช้าตรู่ เราจะเห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโตขึ้นมาจากแนวเทือกเขา แสงสีส้มจะฉาบกับชั้นหินที่เหมือนปะการังอย่างงดงาม แถมด้วยความสดชื่นจากหยาดน้ำค้างที่เกาะต้นจันทน์ผาและกระบองเพชรมากมายที่ โอบล้อมยอดเขาลูกนี้ ซึ่งมีจุดชมวิวอยู่ปลายทางของสะพานไม้สีน้ำตาลที่ยาวเพียง 20 เมตร ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เหาะเหินเดินอากาศอยู่บนภูเขาหินปะการังที่ทะยานเสียดฟ้าครับ หากใครไม่สะดวกตื่นเช้าๆ ตอนเย็นก็มาได้เช่นกัน เพราะบนยอดเขานี้จะชมวิวได้ตลอด 360 องศา รับรองว่าสวยงามไม่แพ้กันแน่นอน

“ภูเขาหินปะการัง” เที่ยวได้ทุกฤดู หน้าร้อนช่วงเช้าและเย็นจะมีลมพัดสบายๆ หน้าฝนก็จะเต็มไปด้วยทะเลหมอกของสายฝนที่ไหลเอื่อยๆ และความสดชื่นของสีเขียวขจีจากต้นไม้ ส่วนหน้าหนาวนี่คือจุดรับลมหนาวชั้นดีแห่งหนึ่งของภาคเหนือเลยครับ

หลายคนอาจสงสัยว่า “ภูเขาหินปะการัง” น่าสนใจขนาดนี้…ทำไมไม่ค่อยมีใครพูดถึง? ผมขอตอบเลยว่า “นี่แหละครับ…เสน่ห์ Unseen ของเมืองไทย” ผมเชื่อว่ายังมีที่เที่ยวแบบนี้อยู่อีกมาก แต่อาจถูกมองข้ามไปทั้งจากคนในพื้นที่และคนภายนอก

ผมเองนี่แหละจะค้นหาสิ่งเหล่านี้ต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่า “เมืองไทยสวย…ไม่แพ้ที่ใดในโลก”

แถม / ท้าย / ทริป…กับ Trick เท่ห์ๆ :

• ทุกเพศทุกวัยเดินขึ้นภูเขาหินปะการังได้นะครับ และควรใส่รองเท้าผ้าใบเพื่อความสะดวกตลอดระยะทางเดิน 800 เมตร หากเดินปกติจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีต่อรอบ อากาศบนยอดเขาเย็นสบายและมีจุดชมวิวที่รองรับคนยืนได้ประมาณ 20 คน

• นอกจากภูเขาหินปะการังแล้ว อุทยานแห่งชาติดอยผากลองยังมี “สวนหินมหาราช” ให้เที่ยวอีกด้วย เป็นสวนหินรูปร่างแปลกๆ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ใครชอบแนวธรณีวิทยาจัดได้เลย! ที่สำคัญอยู่ติดถนนเขตที่ทำการอุทยานฯ ครับ

• หากมีเวลาต้องไปอำเภอลองครับ ห่างไปเพียง 30 กม. แล้วแวะ “วัดห้วยอ้อหรือวัดศรีดอนคำ” นี่คือที่มาที่ไปของคำว่า “เมืองแพร่แห่ระเบิด” แล้วอย่าลืมไปเคาะระฆังใบใหญ่ๆ ที่ทำจากลูกระบิดในสมัยสงคราโลกครั้งที่ 2 ด้วยนะครับ


Go to :

จาก กทม. มุ่งหน้าสู่ถนนสายเอเชีย (อยุธยา-นครสวรรค์) ถึงตัวเมืองนครสวรรค์ให้เลี้ยวขวาสู่ทางหลวง 117 ผ่านพิจิตรและพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหลวง 11 มุ่งสู่อุตรดิตถ์และตัวเมืองแพร่ และใช้ทางหลวง 1023 อีกประมาณ 30 กม. จะถึงภูเขาหินปะการัง อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง รวมระยะทั้งหมด 580 กม.


Contact & Camping :

• อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง 054-501-701 / 081-724-3238

• ททท. สำนักงานแพร่ 054-521-118 / 054-521-127