• ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ
  • เตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • รีวิวท่องเที่ยว
6 วัน 5 คืน

รีวิว เที่ยวเอง ฟูกุโอกะ + คิวชูเหนือ 6 วัน 5 คืน

วันที่เขียน 16/01/2020
ยอดเข้าชม

3,168

รีวิว เที่ยวเอง ฟูกุโอกะ + คิวชูเหนือ 6 วัน 5 คืน

วันที่เขียน

16/01/2020

ยอดเข้าชม

3,168

#Fukuoka #Oita #Kumamoto

เรียบเรียงโดย PinTrip

ไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว.. ของคนรุ่นใหม่

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

ช่วงปี 2020 ปีใหม่ที่ผ่าน เรามีเดินทางไปท่องเที่ยว " ประเทศญี่ปุ่น " โดยรอบนี้เราเลือกเที่ยวเมือง ฟูกุโอกะ + เที่ยว คิวชูเหนือ ได้แก่ (Yufuin , Beppu , Kumamoto) บรรยากาศ คือเงียบมากถ้ามาช่วงนี้ ร้านค้าบางร้านปิด ร้านอาหารบางร้านมี ชาร์ตเพิ่ม ค่าบริการ แต่ข้อดี คือ อากาศเย็นสบาย


ตารางเที่ยว

แผนตารางเที่ยวของเรามีดังนี้ เพื่อนๆสามารถปรับเปลี่ยนแผนเดินทางตามที่สะดวกได้เลย เราก็คิดแผนไม่กี่วันก่อนเดินทาง อาจไม่ได้ดีมาก แต่คิดว่าแบ่งปันข้อมูลกันไป แล้วกันเนอะ

วันที่ 1สนามบิน สุวรรณภูมิ -  สนามบิน ฟูกุโอกะ  -  Tochoji Temple  - Eijuin - Kushita Shrine
วันที่ 2Yufuin  - Oita
วันที่ 3Nanzoin Temple - Beppu
วันที่ 4Kumamoto - Yuyoku Inari Shrine
วันที่ 5วันแห่งการ Shopping Canal City mall - Fukuoka Tower - Marinoa City (ชายหาด)
วันที่ 6สนามบิน ฟูกุโอกะ  - สนามบิน สุวรรณภูมิ


จองที่พัก

เรามาเริ่ม จอง เรื่องโรงแรมกันก่อนเลย เราเลือก แบบ Resindence เนื่องจากเราไปกัน 4 คน เราลองหาหลายๆ ที่ ซึ่งตอนนั้น ที่พักเต็มเกือบหมด เราเลยไปเจอ >> Residence 10 minutes on foot f 12 minutes on foot from Hakata Station ! ลองเข้าไปดูเผื่อเป็นตัวเลือกนะ  ซึ่ง มีหลาย Residence  มาก ของเราเป็น Residence 10  แล้วราคาเป็นที่น่าพอใจอยู่ ราคา 5 คืน อยู่ที่ 10,177 บาท สำหรับ 4 คน เฉลี่ยคนละ 2,545 บาท เงินเยนอยู่ที่ ¥37,030 ราคานี้คือได้ส่วนลดจากสมาชิก + ส่วนลดจากบัตรเครดิต 

https://www.booking.com/hotel/jp/residence-10-minutes-on-foot-f-12-minutes-on-foot-from-hakata-station.th.html

ข้อดี คือ ห้องพักดีมาก มี เตียงใหญ่ 2 เตียง กว้าง สะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีผ้าเช็ดตัว ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ให้เรียบร้อย มีไมโครเวฟ ไว้อุ่นอาหาร ตู้เย็น พร้อมน้ำดื่มไว้บริการ

ข้อเสีย คือ เดินค่อนข้างไกลจาก สถานี Hakata ใช้เวลาเดิน 15 -20 นาที สามารถเข้า check in ได้ก่อน แต่ต้องเข้าห้องพักตอน 5 โมง ไปแล้ว เราต้องไป check in อีกที่นึง เพราะ ที่พักอยู่อีกทีนึง ทางเจ้าหน้าที่จะให้แผนที่กับเรามาอีกทีนึง


จองตั๋วรถไฟ

จอง ตั๋ว  JR North Kyushu Pass เพื่อนๆ สามารถ ซื้อจาก ตัวแทนจำหน่ายได้จาก หลายๆ เจ้า เราลองค้นหา ประมาณ 3 เจ้าหลักๆ ว่าเจ้าไหนราคาดีกว่ากัน มันแล้วแต่ช่วงที่แต่ละเว็บจัดโปร 

ตอนนั้นราคาดีสุด ต้องไปอยู่ที่ Klook เลยซื้อจากที่นี่ >> เราซื้อแบบ JR North Kyushu Pass 3 Days >> ทำการกดคำสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับอีเมล์ เพื่อ Print Voucher  ไปแลกบัตรจริงที่  Hakata Station

เราต้อง Print ผู้เดินทางทุกคนนะ เพราะแต่ละคนจะได้ Voucher No. คนละเลขกัน

หลังจากได้ Voucher No. มาแล้ว เราจะพาเพื่อนๆไปจอง ที่นั่ง รถไฟกัน ถ้าใครไม่มีแพลนจองที่นั่ง ก็ ผ่านขั้นตอนนี้ไปเลยนะ เราต้อง Register ก่อน ถ้าใครเดินทางมากกว่า 1 ท่าน ใช้ Voucher No. เดียว ในการ Register โดยเข้าไปที่ https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve/TopPage

จากนั้น กดที่ Agree  แล้วกด Next

ใส่  Email  คลิก  Register  หลังจากนนั้นจะได้ Password ชั่วคราว ส่งไปทางอีเมล์

คลิก ตาม ลิงค์ ด้านล่าง หลังจากนั้นมันจะไปหาเว็บไซด์ เพื่อให้เราเปลี่ยน Password จากนั้น ก็เข้าเว็บเดิม https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve/TopPage  แล้วเลือก Seat Reservation

จะได้หน้าจอแบบนี้เลย   ตรงช่อง Travel Agency ให้เลือกเจ้าที่เราซื้อ Voucher มา 

จากนั้น กรอกข้อมูล Voucher No.  ใส่  Password ที่เราตั้งไว้ตอนสมัคร  แล้ว เลือก Login

ค่าจองที่นั่ง  ¥1,000 ต่อคน

เราก็เลือก รถไฟ ที่เราจะจอง โดยส่วนใหญ่ ที่ต้องจองล่วงหน้ามีแค่ 2  ขบวน ที่จองยากๆ นั้นคือ Yufuin no mori กับ AsoBoy!

เราจองได้แค่ Yufuin no mori แล้วจองจาก Yufuin ไป Oita โดยปกติแล้วเราต้องจาก Hakata - Yufuin แต่คือมันเต็มทุกเวลาเลย ใจก็อยากไปนั่ง วิธีเดียวคือ นั่งจาก Yufuin ลง Oita คิดว่าไปชมเมืองละกัน

ส่วน  AsoBoy จองไม่ได้ เต็มในวันที่เรามีแพลนไป แล้วไม่ได้มีทุกวัน ต้องแพลนดีๆ เราไปช่วงเทศกาลด้วยแหละ ขบวนพิเศษ 2 ขบวนนี้เลยเต็มทุกวัน

จากนั้นเราต้องเลือกเวลาที่จะเดินทาง ถ้าเต็มก็จะไม่สามารถ คลิกจองได้ ภาพประกอบตรงนี้ไม่มีนะ เรารีบทำเวลาในการจอง กลัวเต็มอีก เพราะเวปนี้ realtime เลย 

การจองที่นั่งเราต้องจ่ายเงินเลยทันที เราใช้วิธีการตัดบัตรเครดิต

พอตัดบัตรผ่าน เราก็ print Vocher เพื่อจะนำไปแลกที่  Hakata station โดยจะต้องยื่นพร้อมกับบัตรเครดิต หรือ บัตรเงินสด ที่เราจ่ายค่าจองไป เราเลยลืมถ่ายตอนจองในเวปมาให้ดู หลังจากนั้น เราก็จะได้อีเมล์ ตอบรับยืนยันการจองอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

รีวิวท่องเที่ยว

วันที่ 1 | สนามบิน สุวรรณภูมิ -  สนามบิน ฟูกุโอกะ  -  Tochoji Temple  - Eijuin - Dazaifu 

เราขึ้นเครื่องตอน ตี 1 ถึง สนามบิน ฟูกุโอกะ ประมาณ 8 โมง (ใช้เวลาบินประมาณ 5 ชั่วโมง) ญี่ปุ่นเร็วกว่าเรา 2 ชั่วโมง หลังจากลงเครื่อง ผ่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย พอออกประตูมาเราก็จะเจอ

เรามองป้าย Bus  เพื่อไปซื้อตั๋วขึ้นรถบัสเข้าเมือง คนละ ¥260 -270

เราก็นั่งรถบัสจากสนามบินเพื่อเข้าเมือง ไปยัง สถานี Hakata พอถึง สถานี รถบัสจะจอดที่จุดจอดรถบัสโดยเฉพาะ นั่งมาแปปเดียวก็มาถึง Hakata Bus Terminal พยายามมองป้าย เพื่อไปทาง สถานี JR เพื่อ แลกเปลี่ยนตั๋ว JR north kyushu ก่อนไปที่พัก พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่วุ่นวาย

เมื่อเราเดินมาถึง Hakata Station ให้เราสังเกตุป้ายบอกทาง จะมีสัญลักษณ์ สีเขียวๆ มีคนนั่งที้เบาะ เราตามป้ายนั้นไปเลย พอมาถึง Ticket Office เราก็เข้าคิวเลย

เราต้องเตรียม Passport + Voucher ที่ print มาแล้วบอกเจ้าหน้าที่เลยว่าเราจะเริ่มใช้บัตรวันไหน ของเราเริ่มใช้วันที่ 2 - 4 เจ้าหน้าที่จะทำการเปิดบัตรให้ รวมถึง Voucher ที่เราจองที่นั่งมาด้วยนะ + บัตรเครดิตที่เราใช้รูดไป เราต่อคิวคนเดียว ให้พ่อแม่น้องยืนรอข้างนอก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะทำการคีย์ข้อมูลต่างๆ เราก็ยืนรอไป

หลังจากนั้น เราก็จะได้บัตรมา เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกชื่อที่บัตรเลย  กรอกตรงนั้นเลย เพราะเจ้าหน้าที่จะเช็คข้อมูลอีกที รักษาเท่าชีวิต หายไปนี่จบเลย 2000 กว่าบาท จะสังเกต ได้ว่าบัตรจะระบุวันเรียบร้อย

เสร็จจากตรงนี้ เราก็จะไปซื้อ Fukuoka Tourist City Pass + Dazaifu แบบ 1 วัน

พอเคลียร์เรื่องบัตรทุกอย่างเสร็จ เราก็จะรีบไปเช็คอิน ที่พักแล้วฝากกระเป๋าไว้ที่นั้น เดินลากกระเป๋าไปจร้า เดินไปชิวๆ 10 นาที อากาศเย็นสบาย


Tochoji Temple


วิธีการมา เราตั้งต้น ที่ Hakata Station นั่ง Subway สาย Kuko line (สายสีส้ม) มาลงที่ Gion แล้ว ออกทางออกที่ 1 ถึงหน้าวัดเลยจ้า

บรรยากาศ ภายนอกตัววัด  Tochoji Temple  ค่อนข้างเงียบ มาตรงกับปีใหม่ก็งี้ 555+

หลังจากเดินเล่นที่ วัด Tochoji Temple เสร็จ เราก็เดินต่อไปที่ Shofukuji (ไม่ค่อยมีจุดเด่นอะไรมาก คิดว่าเดินเที่ยวชมบรรยากาศไป)

หลังจากเดินได้สักพัก เราก็เตรียมไปเที่ยวต่อที่ Dazaifu วิธีการมา คือ จาก Gion ไปลงที่ Tenjin แล้วเราต้องเปลี่ยนรถไฟ เป็นสาย Nichitetso Tenjin Omuta line 

เราต้องไปขบวนที่เป็น Express และ Limited express เท่านั้น มีภาษาอังกฤษโชว์ ตรงหัวขบวน เพราะถ้าไปที่เขียนว่า Local คือนานเลย แล้วอาจมีการสลับรถไฟระหว่างสถานี เราสังเกตจากคนที่ลงกันหมดเพราะ ขากลับ เรานั่ง Local เนื่องจาก Express กับ Limited ต้องรอ

Express >> จะเป็นกรอบไฟสีเขียว
Limited Express >> จะเป็นกรอบไฟสีแดง


วิธีเดินทาง

ตั้งต้นที่ Nichitetso - Fukuoka แล้วไปลงที่ Nichitetso - Futsukaichi จากนั้นก็เปลี่ยนสถานี เป็น Nichitetso - Dazaifu line จาก   Nichitetso - Futsukaichi ลง Dazaifu

ออกจากสถานีมา เราก็จะเจอ ถนนที่ 2 ข้างทางเต็มไปด้วยขนม ของกิน ของฝาก ซึ่งเราก็เดินเล่นไปยาวๆ

เรามาตรงกับวันที่ 1 มกราคม พอดี คนคงมาไหว้พระขอพรกันเยอะมาก คนแน่น เดินนิเบียดกันเลย เราไม่สามารถเข้าไปถึงข้างในตัววัดได้ นะ เลยเดินรอบนอกแทน รอบนอกคนก็เยอะมาก

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่จนเกือบเย็นได้เวลากลับไปยัง Hakata Station เพื่อไปหาข้าวกินกัน และจะได้กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ เพื่อลากไปยังที่พักอีกจุด การกลับไปสถานี Hakata มาวิธีแบบข้างบน ตอนกลับก็กลับทางกลับเดิม เห็นมีอีกวิธี 1 คือ นั่งรถเมล์กลับไป Hakata ¥600 เป็นรถเมล์แบบ Highway Bus เราไม่ได้ลองวิธีนี้ แล้วไม่รู้ว่า บัตร Fukuoka Tourist City Pass นี้จะใช้ได้รึเปล่า เพื่อนคนไหนอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ ลองนั่งดูนะ แล้วมาบอกด้วยนะ ว่าโอเคเปล่า


ซูชิรถไฟ UOBEI 🍣 🍤 🍙 🍵

หลังจากที่ถึงสถานี Hakata เรียบร้อย เราก็จะไปกิน ซูชิ รถไฟ https://goo.gl/maps/vDoE54kYtKEWSjYr9

ร้านจะอยู่ที่ Yodobashi Hakata ชั้น 4 ชั้นนี้มีร้านอื่นๆ อยู่เต็มไปหมด เรียกว่า โซนอาหารก็ได้ มีทั้งร้าน ทงคัตสึ ซูชิ และ ชาบู บุฟเฟ่ ก็มี ราคาเริ่มต้นที่ ¥100 ยังไม่บวก Vat นะ มีหลายหลายเมนูมาก 

เราสั่งไปกินไปจนเพลิน ลืมถ่ายรูปมาให้อยู่ ข้าวปั้นหน้าต่างๆ รวมถึงมีซุปหอย ซุปปู ด้วย เฟรนฟรายราดซอสก็มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ สบายใจหายห่วง เลือกเมนูเสร็จ กดสั่ง สักซักก็จะมีรถไฟมาส่งอาหาร หน้าจอจะบอกเลยว่า รถไฟมาชั้นบน ชั้นกลาง หรือ ชั้นล่าง พอเราหยิบอาหารเสร็จก็ให้รถไฟกลับไป


วันที่ 2 | Yufuin - Yufuin Floral Village -  Kinrin Lake - Oita

เช้าวันที่ 2 เราเริ่มออกจากที่พักตั้งแต่ 7 โมง อากาศหนาว ใช้ได้เลย ประมาณ 4 องศา วิธีการไป Yufuin ง่ายมาก เราเดินไป Hakata Station >> วันนี้วันแรก ที่เราจะเริ่มใช้ JR North Kyushu กัน 

ก่อนการเดินทางเราแนะนำให้ โหลดแอฟนี้เพิ่มนะ ดีมากๆ เราจะรู้ชานชาลา ที่เราจะขึ้นรถไฟด้วย รวมถึงขบวน

เราเริ่ม ต้นที่ JR Hakata -  ลงที่  Yufuin เราสามารถเลือกเวลาที่เราสะดวกได้เลย สำหรับคนที่ไม่ได้จอง Yufuin no mori เราต้องเลือกแค่ขบวน Yufu เท่านั้นนะ เพราะ มีทั้งแบบจองที่นั่ง และ ไม่ต้องจองที่นั่ง เวลาเราขึ้นขบวน สังเกต นิดนึง ว่าตู้นี้ จองรึเปล่า แล้วเลือกแบบ Direct เลย คือ ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

สำหรับคนที่จอง รถไฟ Yufuin No Mori จะสังเกตเห็นว่า จะมีเวลาให้เลือกไม่เยอะ แล้วรายละเอียดจะเขียนว่า รถไฟ แบบ Yufuin No Mori 

พอขึ้นรถไฟ นั่งได้สักพัก จะมีเจ้าหน้าที่ขอดูตั๋ว JR เราก็โชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู ถ้าใครที่ทำการจองที่นั่งก็โชว์ทั้งบัตร JR และ ตั๋วจองที่นั่ง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงที่หมาย

ออกจากสถานีมาเราก็เจอวิว แบบนี้เลย สวยงามมากๆ


Yufuin

ระหว่างเดินเที่ยว 2 ข้างทาง เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย เดินไปได้แปปนึง เราก็มาสะดุดที่ Milchi ซึ่งเราชอบกินอยู่แล้วตอนอยู่ไทย พอมาถึงนี้เลยไม่พลาด แถมราคาน่ารัก จัดเลย 4 ถ้วย ซื้อทั้งแบบเย็นและร้อน จะได้ผลัดกันชิม เรากินแบบเย็น

เดินไปอีกสักพัก เราก็เจอร้าน เนื้อปูย่าง (ไม่อร่อยอ่ะ เฉยๆ ใครอยากลองลองได้ แต่ไม่แนะนำ) ซึ่งคิดว่ามันคือ ปูอัด ชัดๆ เราไม่กินปูอัด แหะๆ

ขอบอกว่าเรากินตลอดทาง เดินไปอีกนิดเราก็เจอร้านของทอด จัดไปจร้า 1 ชิ้น

เราเดินไปต่ออีก ยังไม่ถึง Yufuin Floral Village นะ เราก็จะเจอร้านขนมที่แสนโด่งดัง คือ โรลเค้ก B-speak เป็นร้านที่มากดังใน Yufuin

ราคาตามนี้เลยจร้า สรุปเราต้องซื้อชิ้นใหญ่เลยเนื่องจากชิ้นเล็กหมด เสียค่าถุงเก็บความเย็นเพิ่มถือหิ้วไปตลอดทาง

เดินไปเรื่อย จนถึง Yufuin Floral Village


Yufuin Floral Village

ภายใน Yufuin Floral Village จะมีร้านขายของน่ารักๆ เต็มไปหมด เดินชมไปเพลินๆ ร้านค้าไม่ได้เยอะมาก


Kinrin Lake

เมื่อเดินชมเสร็จเราก็ไปต่อกันที่ Kinrin Lake

หลังจากถ่ายรูปตรงนี้เสร็จเรียบร้อย เราก็เดินกลับไปสถานีเพื่อกินข้าวกลางวันก่อนที่จะนั้งรถไฟ สาย Yufuin no mori ไปยัง Oita อยากนั่งต้องได้นั่ง 1 สถานี ก็ยอม 555 ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ร้านอาหารนี้ อยู่ใกล้กับสถานี เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดในช่วงปีใหม่

ถ้าจาก Yufuin ไป Oita มีแค่รอบนี้รอบเดียวสำหรับขบวนพิเศษนี้ แต่ถ้าขบวนอื่นอย่างเข่น Yufu เฉยๆ ก็มีเรื่อยๆ แบบเดียวกับตอนมา ขบวนสีแดงๆ


รถไฟ Yufuin no mori

ผ่านไป 1 ชั่วโมงก็มาถึง  Oita Station  สถานีมีความใหม่ เหมือนพึงเปิดใช้งานไม่นาน ตารางบอกเวลาและขบวนรถไปที่กำลังจะออก รวมถึงบอกชานชาลาด้วย

ภายในสถานีถูกตบแต่งด้วยด้วยลายน้องหมา คุโระ Kuro ถ้าเพื่อนๆคนไหน อยากนั้งรถไฟ ที่ตบแต่งด้วยน้องหมาคุโระ สามารถจองที่นั้งได้ ขบวนจะชื่อว่า Aso Boy!


ร้านครัวซองค์ il Forno del Mignon

ร้านนี้ขายครัวซองค์ อร่อยมาก เราเห็นที่สถานี Hakata แต่คนเยอะมาก เราเลยไม่ได้ต่อคิวซื้อ แต่สถานี Oita คนรอไม่เยอะ เราเลยจัดไปจร้า มีทั้งรส original , chocolate, almond

หลังจากแวะกินขนมเรียบร้อย เราก็เดินเที่ยวในสถานี มีซุปเปร์มาร์เก็ตในสถานี หลังจากนั้นเราก็เดินออกมานอกสถานีนิดนึง เพื่อเก็บภาพ จะมีตลาดนัดเล็กๆ เดินแก้เบื่อ พอได้เวลา กลับไปยัง Hakata เราก็มารอที่สถานี โดยขบวนรถที่เราจะไปนั้นคือ คือ ขบวน Sonic ซึ่งเราจะไม่ผ่านทาง Yufuin

หลังจากถึงสถานี เราก็จะไปหาข้าวกินกัน โดยเราต้องออกมานอกสถานี ก่อน แล้วสังเกตป้าย Subway เพราะเราจะไป ถนนคนเดิน Kawabatadori โดยนั่ง สายสีส้ม มาส่งที่ Nakasu-Kawabata

ร้านปิดเยอะมาก เงียบเชียว ได้แต่หาร้านอาหารที่ยังคงเปิดอยู่

จนมาเจอร้านนี้ แต่เทศกาล โดนค่า Service Charge  เพิ่มไปอีก มื้อที่หมดไปค่อนข้างเยอะ แถมไม่อิ่ม 555+


วันที่ 3 | Nanzoin Temple - Beppu

เราเดินทางออกจากที่พักแต่เช้า เพื่อไป Nanzoin Temple ซึ่งเป็นวัดพระนอน วิธีการมาที่นี่ เรายังคงใช้ JR North Kyushu เหมือนเดิมนะคะโดยขึ้นจาก Hakata Station (JR) โดยเราก็เช็คจากแอป ตารางรถไฟ เช่นเดิม จาก Hakata Station มาลงที่  Kidonanzoin - Mae

พออกจากสถานีมาก็เดินไปตามทางเลย จะมีสะพาน (สะพานดนตรี  ซึ่งข้างๆสะพานจะมีไม้ ให้เราตี)

หลังจากเที่ยวชม พระนอน Nanzoin เสร็จ เราต้องรีบไป Beppu ต่อ หลายคนคง งง ว่า ทำไมเราไม่เที่ยว Beppu ทั้งวัน สำหรับบ้านเรา เราตั้งใจไปเที่ยวแค่ 1-2 บ่อ เท่านั้น ไม่ได้มีแพลนดูทั้ง 8 บ่อ เพราะไม่ได้อินกับบ่อน้ำพุร้อนเท่าไร บ่อที่เราจะพาไปคือ >> Umi Jigoku ที่นี่ปิด 5 โมงเย็น


Beppu

เรานั่งจาก  Nanzoin กลับมาที่ Hakata แล้วจาก JR จาก Hakata - มาลงที่ Beppu เพราะเราจะแวะทานข้าวเที่ยง กันที่ สถานี Hakata กันก่อน

ร้านที่เราไปกิน อยู่ในสถานี Hakata Station เลย เดินลงบันไดไปแค่นั้น มีร้านอาหารหลากหลายร้านเลย

กินเสร็จเรียบร้อยเราก็ลุยต่อ เที่ยวรถไฟที่เราจะไป Beppu

จาก Beppu เราต้องออกทางออก West แล้วไปรอที่ป้ายรอรถ หมายเลข 3  เบอร์รถที่สามารถขึ้นรถได้นั้นมีแค่  5, 7 และ 41  ค่ารถ คนละ ¥330

ค่าเข้าบ่อ ตกคนละ ¥400 ถ้าใครมีเวลาทั้งวัน ก็ซื้อราคาแบบเหมา 7 หรือ 8 บ่อ เนี่ยแหละ รวมถึงราคาเหมารถบัสด้วยนะ ลองถามข้อมูล ที่ infomation ดูนะ อันนี้ คือเวป บ่อ Umi Jigoku http://www.umijigoku.co.jp/

หลังจากชมไปได้ซักพักนึง เราก็ออกจาก Umi Jigoku เพื่อไปกินข้าวเย็น เราลองหาร้านดู เป็นอาหารสไตล์นึ่ง
ซึ่งเราก็จับ แผนที่ เพื่อเดินไปร้านนี้ 

เว็บไซด์ทางร้าน

http://www.satonoeki-kannawa.jp/en เนื้อหาภาษาอังกฤษน้อยนิด ไม่ค่อยมีข้อมูลชี้แจง
http://www.satonoeki-kannawa.jp/02/index03.html ข้อมูลเยอะ จิ้มมั่วๆเอา แล้วก็ ใช้ google ช่วยแปล

เราเห็นบางคนเตรียม อาหารมาเอง พวกเนื้อสัตว์ และ ผัก เอามาให้ทางร้านนึ่งได้จ้า แต่ราคาค่านึ่งจะต่างกัน ตามนี้เลย

จำนวนที่นั่งจำนวนผู้เข้าชม × 200 เยน + บวก 1 หม้อ 30 นาที 550 เยน (หม้อ เราคิดว่าคงหมายถึงถาด) ชุดมีดหั่นมีดครัว 100 เยน ส่วนสำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมมาแบบเรา เราก็ซื้อเป็น เซ็ต ที่ทางร้านจำหน่าย โดยเสียค่านึ่ง  ¥380 ต่อตะกร้า นะถ้าจำไม่ผิด เราเสียค่าปรุง ไป ¥1,140 เยน

สำหรับคนที่ไม่อิ่ม ทางร้านมีอาหารแช่แข็งจำหน่ายเพิ่ม เดินไปดูได้ที่ตู้แช่แข็ง ภายในร้านเลย มีทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ หัวปลา และอีกหลายอย่าง เราถ่ายราคามาให้ดู สำหรับอาหารแช่แข็ง ส่วนราคาอาหาร เป็นเซ็ต เราไม่ได้ถ่ายนะ มั่วแต่จ่ายตังต์ค่าอาหาร ต้องสั่งก่อนจ่ายตังต์


วันที่ 4 | Kumamoto - Kumamoto Castle - ร้านข้าวหมูทอดทงคัตสึ ระดับ มิชลิน  - Yutoku Inari Shine

เราตั้งต้นกันที่ Hakata Station (JR) วันนี้เราจะใช้ JR เหมือนเดิม วันที่ครบ 3 วันแล้ว เวลาเราผ่านประตูสอดบัตรจะมีประทับตรา วันที่เป็นสีแดงๆ จาก Hakata Station เราจะไปลงที่ Kumamoto Station

นั่งไม่นาน เราก็มาถึง ออกจากสถานีมาเราก็จะเจอ

ที่นี่มีแหล่งซื้อของฝากเยอะมาก ส่วนใหญ่จะโปรโมท น้องหมีคุมาโมโตะ มีทั้งขนม ของที่ระลึก มากมายเลย

หลังจากออกสถานีมา เราต้องไปขึ้นรถรางกันเพื่อไป ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) สังเกตง่ายมากเลย จะมีจุดรอรถรางเลย เราก็ต่อแถวขึ้นรถรางกัน สาย >> Tram A line

พอมาถึงสถานี เราจะเห็นน้องหมี มายืนอย่างโดดเด่น

พอเดินเข้าไปเราจะเจอร้านขายอาหาร


ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle)

ก่อนทางเข้าปราสาท จะมีเจ้าหน้าที่บอกให้ไปซื้อตั๋วก่อน เราซื้อไป ปราสาทคุมาโมโตะ กับ พิพิธภัณฑ์ (จะอยู่แถวร้านขายของ ที่เราเดินผ่านมา) ราคาค่าเข้า คนละ ¥600  ถ้าใครชมแค่ปราสาทคุมาโมโตะก็ได้ บอกว่าซื้อแค่ ปราสาทคุโมโตะตกคนละ ¥500

ภายนอกตัวปราสาทตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการซ่อมหลังจากมีแผ่นดินไหวไปหลายปีก่อน


ร้านอาหาร Katsuretsutei Minamikumamoto

เราออกจากปราสาท ประมาณเที่ยง เพื่อเดินไปกินข้าวหมูทอดทงคัตสึ เราใช้วิธีการเดินไปจร้า ประมาณ 30 นาทีได้ อากาศเย็นๆ เราเลยเดินได้สบายๆ

มาถึงแล้ว เราต้องรอคิวนะเพราะเราไม่ได้โทรมาจองทางร้านไว้  มิชลินไกด์ เห็นว่าได้ 1 ดาว นะ

ร้านทงคัตสึ ในคุมาโมโตะ ครั้งแรกในชีวิตที่ได้กินระดับมิชลิน
เว็บไซต์ http://hayashi-sangyo.jp/
แผนที่ Google map

อาหารมาแล้ว  พร้อมกิน โดนราคาก็จะแตกต่างกันไป มีตั้งแต่เนื้อหมูธรรมดา จนกระทั้ง เนื้อหมูแบบพรีเมี่ยมเลยเท่านั้นไม่พอ เนื้อหมู ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนกรัม  เราเอาตัวอย่างราคามาให้ดูนะ  เพื่อนๆ ไม่ต้องห่วงนะ พอไปถึงร้านจะให้เมนูภาษาอังกฤษกับเรา


Yutoku Inari Shine

หลังจากอิ่มเรียบร้อย เราก็ออกมาตรงถนน จะเห็นจุดขึ้นรถรางเพื่อกลับไปที่ Kumamoto Station โดยเราต้องสังเกต ดี ป้ายรอรถราง มี 2 ฝั่ง ให้เราขึ้นฝั่งที่เราเดินผ่าน ไม่ต้องเดินข้ามไปฝั่งนู้น พอถึงสถานี Kumamoto เราก็จะแพลนไป Yutoku Inari Shine ซึ่งมันค่อนข้างนอกแผน แต่เราต้องการใช้ JR ให้คุ้มค่าจนวันสุดท้าย

จาก สถานี Kumamoto เรามาลงที่  Shin-Tosu แล้วเปลี่ยนขบวนเป็น  จาก  Shin-Tosu  มาลง Hizen - Kashima

พอออกจากสถานี จะพบสถานีรถบัส ให้มารอที่จุดรอรถ สถานีหมายเลข 3 อันนี้ตารางรถบัสนะ  เราแนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่เลยว่า ขากลับรอบกี่โมง เพื่อความชัวร์ ของเราไปถึงนั้นค่ำๆแระ รอบที่เรากลับได้ 19.11 และ 19.43 ตอนนั้นเรากลับรอบ 19.11 กันพลาด


วันที่ 5 | ศาลเจ้า Kushida Shine  -   Canal City  - Fukuoka Tower - Marizon

วันนี้เราซื้อแบบ Fukuoka City Subway 1 day pass

วันนี้เราออกจากที่พักสายๆ วันสุดท้ายของการเที่ยวแล้วเลยขอนอนเต็มอิ่มซักหน่อย ตื่นเช้า กลับค่ำ มาหลายวันเริ่มมีความเพลีย ที่แรกที่เราจะไปของวันนี้ คือ “ศาลเจ้า Kushida Shine“ เรามาเก็บวันสุดท้าย เพราะถ้าเรามาวันที่ 1 คงเข้าไม่ถึงข้างในแน่ๆ คนน่าจะเยอะมาก ขนาดวันนี้วันที่ 5 แถวเข้าคิวยาวไปถึงถนน


Kushida Shrine

Subway Hakata - Gion (สายสีส้ม เช่นเดิม)
แผนที่ https://goo.gl/maps/4bpCvtc7DYXr4Yat8

บรรยากาศภายในศาลเจ้า


หลังจากไหว้พระขอพรเรียบร้อย เราก็จะไปเที่ยวห้างกัน เดินจาก ศาลเจ้า Kushida Shrine มาที่ห้าง Canal City Mall ได้เลย


มาเที่ยวห้าง Canal City Mall  กัน

ภาระกิจคือมาช้อปปิ้งรองเท้า และตามหา Foreo เครื่องทำความสะอาดหน้านั้นเอง เราเช็คที่ห้างแระ รุ่น 3 ของยังไม่มา ซื้อรุ่น 2 ก็ได้ เราได้มา ¥19,000 ตีเป็นไทยประมาณ 5,200 บาท

หลังจากซื้อของได้ครบตามที่อยากได้ เราก็จะเดินทางไป Fukuoka Tower - Marizon กันต่อเลย นั่งรถไฟ ไปลงที่ Nishjin Station แล้วเดินต่อ

ไม่แนะนำให้เดิน ทางไกลมากขาลากเลย แต่ใครจะเดินแบบเราก็ได้นะ ไม่ว่ากัน

เราว่า ไปรถเมล์เถอะ ยอมกลับไปที่สถานี Hakata แล้วเดินไปที่ Hakata bus terminal แนะนำว่า พอถึง Hakata Bus Terminal  ให้สอบถามทางเจ้าหน้าที่อีกทีนะคะ ซื้อตั๋ว และ ขึ้นรถที่ไหน

กว่าจะเดินถึง ใกล้ค่ำเลยจร้า

จบการรีวิวเพียงเท่านี้นะคะ หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ