• สายการบิน
  • ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ
  • เตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • ที่พัก
  • รีวิวท่องเที่ยว
  • ของขึ้นชื่อประจำเมือง
  • สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน
  • สรุปตารางท่องเที่ยว
4 วัน 3 คืน

รีวิว OKINAWA คนเดียวก็เที่ยวได้

วันที่เขียน 02/09/2020
ยอดเข้าชม

894

รีวิว OKINAWA คนเดียวก็เที่ยวได้

วันที่เขียน

02/09/2020

ยอดเข้าชม

894

#Okinawa

เรียบเรียงโดย PinTrip

ไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว.. ของคนรุ่นใหม่

สายการบิน

Airlines

  • Peach Aviation
    Peach Aviation
    DMK
    01:30
    OKA
    08:05
  • Peach Aviation
    Peach Aviation
    OKA
    18:00
    DMK
    00:35

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

เริ่มจากการหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ศึกษาข้อมูลก่อนว่าเราชอบเที่ยวแบบไหน การท่องเที่ยวของแต่ละคน มีความแตกต่างกันออกไป บางคนอาจชอบเที่ยวภูเขา ศึกษาธรรมชาติ บางคนชอบเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์ หรือเน้นแหล่งช้อปปิ้ง เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก หรือบางคนอาจจะชอบด้านวัฒนธรรมของแต่ละประเทศหรือเมืองนั้นๆหลังจากศึกษาข้อมูลแล้วให้เราลิสสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไป สถานที่ที่เราชอบ ถ้าชอบหมดก็ลิสมาเลยทุกที่ แล้วเราค่อยดูเส้นทาง แล้วค่อยๆตัดออกจากเวลาและการเดินทางของเรา สถานที่ที่ไม่ควรพลาด ไม่ไปถือว่าไปไม่ถึง อันนี้ต้องอยู่ในลิสด้วยนะ 

จากการลิสแต่ละสถานที่ เนื่องจากโอกินาว่า มีหลายเกาะมาก แต่ละการเดินทางต้องใช้เวลาพอสมควร การเดินทางโดยรถสาธารณะไม่สะดวกสบายเท่ากับในเมืองหลวง การออกนอกเมืองนั้น เราจึงต้องเช็คตารางเวลาของรถสาธารณะอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้พลาดกับการเดินทางและไม่ให้เสียเวลาในการเดินทาง และทริปนี้ไประยะเวลาสั้นๆ มีเวลาไม่มาก เราเลยตัดสินใจเที่ยวในเมืองนาฮาและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น


การเดินทาง

เดินทางโดยรถไฟสาธารณะ รถไฟรางเดี่ยวในเมืองนาฮา เรียกว่า Yui Rail  เดินทางง่ายเพราะมีสายเดียวไม่ต้องเปลี่ยนสายให้วุ่นวายแบบในเมือง แต่รถไฟนี้ยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งโอกินาว่า การเดินทางเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองนาฮา ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร ต้องเดินทางโดยรถบัสหรือรถยนต์ส่วนตัว


โรงแรม

Credit: https://abestcubenaha.hotelabest.com/en-gb

A BEST CUBE NAHA ตั้งอยู่บนต้นถนนโคะคุไซโดริ เดินทางสะดวกสบายมาก ลงถานี MAKISHI เดินประมาณ 1 นาทีเท่านั้น ชั้นล่างของที่พักจะเป็นร้านขายของฝาก ที่พักเป็นห้องเดี่ยวส่วนตัวแต่ห้องน้ำส่วนรวม ซึ่งแยกชายหญิง ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยสำหรับการเดินทางคนเดียวและเรื่องความสะอาดเลย โรงแรมสะอาดมาก ภายในห้องพัก ห้องน้ำ สะอาด ห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง 

เว็บไซต์: https://abestcubenaha.hotelabest.com/en-gb


ปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟที่นี่เป็นแบบชนิดขาคู่หัวแบน ไม่เหมือนปลั๊กที่ประเทศไทย แนะนำให้นำตัวแปลงปลั๊กไฟและรางปลั๊ก 3 ตาไปด้วย


การจ่ายเงิน

สามารถใช้เงินสดและบัตรเครดิตตามร้านขายของที่ระลึกทั่วไปแต่จะมีร้านขายของที่ระลึกบางร้านกำหนดขั้นต่ำในการใช้บัตรเครดิต


การแลกเงิน

แลกเงินจากสนามบินเมืองไทย หรือตามร้านแลกเงินทั่วไปซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่างกันมากเราจะแลกไปเผื่อสำหรับการเดินทางเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะใช้บัตรเครดิตเนื่องจากไม่อยากพกเงินสด


วีซ่า

การเดินทางนี้ไม่ต้องขอวีซ่า ฟรีวีซ่า 15 วัน สำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น


แนะนำแอปพลิเคชัน

  • Google Maps ใช้ในการเดินทาง
  • Google Translate ตัวช่วยสำหรับแปลภาษา
  • Okinawa Monorail Travel Guide สำหรับดูเส้นทางการวิ่งของรถไฟและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
  • App สายการบินที่เราโดยสาร ของเราเป็น Peach Airlines เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเช็คอิน

สภาพอากาศ

ควรเช็คสภาพอากาศทุกครั้งก่อนออกเดินทาง บางวันฝนอาจจะตกและลมแรงเพราะฉะนั้นควรเช็คเพื่อปรับเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เนื่องจากช่วงที่ไปเป็นฤดูหนาว อากาศกำลังเย็นสบายๆ ใส่เสื้อยืดกางเกงขายาวและคาดิแกนคลุมอีกชั้นหนึ่งก็เที่ยวได้อย่างไม่ต้องกังวล

แนะนำให้เช็คฤดูก่อนเตรียมเสื้อผ้ากันด้วย

  • ฤดูใบไม้ผลิ : มีนาคม - พฤษภาคม
  • ฤดูร้อน : มิถุนายน สิงหาคม 
  • ฤดูใบไม้ร่วง : กันยายน - พฤศจิกายน
  • ฤดูหนาว : ธันวาคม - กุมภาพันธ์

ค่าครองชีพ

ค่าครองชีพที่โอกินาว่าจะถูกกว่าในเมืองใหญ่ๆ ในประเทศญี่ปุ่น อาหารต่างๆ ราคาไม่แพง

ภาษาที่ใช้

ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ

อินเทอร์เน็ต

เปิดใช้งานซิมส์การ์ดและ Package จากประเทศไทย ไปถึงสนามบิน ลงเครื่องก็สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อเรื่องซิมส์การ์ดหรือเช่า Pocket Wifi

ที่พัก

รีวิวท่องเที่ยว

การเดินทางในครั้งนี้ เราจะไปประเทศญี่ปุ่น จังหวัดโอกินาว่า ซึ่งโอกินาว่าเป็นเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เกาะนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูร้อน คนญี่ปุ่นนิยมไปพักผ่อนตากอากาศกัน

เมืองหลวงของจังหวัดโอกินาว่า มีชื่อว่าเมืองนาฮา ซึ่งมีแหล่งช้อปปิ้ง ถนนคนเดินชื่อว่า ถนนโคะคุไซโดริ KOKUSAI DORI STREET ในช่วงวันอาทิตย์ ถนนสายนี้จะถูกปิดชั่วคราวไม่ให้รถเข้า เพื่อทำกิจกรรมต่างๆมากมาย

วันที่เดินทางไปกลับ 13-16 ธันวาคม 2561 โดยสายการบิน Peach Airlines เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost) ของประเทศญี่ปุ่น ไฟล์บินตรงกรุงเทพ-โอกินาว่า (นาฮา) ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น

ในช่วงที่เดินทาง เป็นช่วงที่สายการบินเปิดเส้นทางใหม่ได้ช่วงหนึ่ง มีจัดโปรโมชั่นพอดี ซึ่งได้ตั๋วเครื่องบินมาในราคาเที่ยวละ 1680 บาทเท่านั้น ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋า แนะนำถ้าใครสัมภาระไม่เยอะ ไม่โหลดกระเป๋าก็ได้ 


DAY 1

วันแรกที่เดินทางมาถึงโอกินาว่าในช่วงเช้า สภาพอากาศไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ ฟ้ามืดครึ้มเหมือนพายุจะเข้า แต่โชคดีที่ไม่มีฝน การเดินทางออกจากสนามบิน เครื่องจอดที่ LCC Terminal เทอมินอลนี้มีขนาดเล็กคล้ายโกดังเก็บสินค้าต้องนั่ง Shuttle Bus เพื่อเข้าเทอมินอลหลัก ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที รวมเวลารอรถ ไม่ต้องกังวลเพราะสนามบินเล็กมาก เดินออกมาจะเจอที่ขึ้นรถบัสเลย

เมื่อมาถึงเทอมินอลหลัก เดินออกมาด้านนอกตัวอาคารตามป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟสถานีจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารที่เราออกมา หาไม่ยาก การเดินทางในวันนี้ เลือกใช้ One Day Pass Ticket เนื่องจากคิดแล้วว่าใช้รถไฟในการเดินทางเยอะ น่าจะคุ้มค่ากว่าจากสนามบิน ลงสถานี Makishi เพื่อไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมแต่ยังไม่สามารถเช็คอินได้ หลังจากฝากกระเป๋าเสร็จ ก็เดินเล่นชมวิวตามถนนแถวที่พัก แวะดื่มชานมไข่มุกระหว่างรอร้านราเมนเปิด


Ramen Danbo Naha Makishi Branch

การเดินทาง : สถานี Makishi Exit 1 เดินตรงไปตามถนนโคะคุไซโดริ จนถึงสี่แยกก่อนถึงร้านดองกี้ ไปแยกทางขวา เดินตรงไปเรื่อยๆ ร้านอยู่ตรงข้ามร้านชานมไข่มุก KOI THE แนะนำให้เปิด Google Maps ไปด้วยเพื่อความแน่นอน

Ramen Danbo Naha Makishi Branch ร้านราเมนนี้ ได้ยินมาว่าเป็นร้านที่เป็นที่นิยม ระหว่างนั่งดื่มชานมไข่มุกเพื่อรอร้านเปิด ก็มีคนมายืนรอเข้าคิวตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด

ทงคตสึราเมนอร่อยมาก น้ำซุปหอมเข้มข้น

หลังจากทานอาหารเสร็จ เดินกลับไปขึ้นรถไฟเพื่อไปปราสาทชูริ  ลงสถานี Shuri จากสถานีชูริถึงปราสาท ระยะทางค่อนข้างไกล แต่ถนน วิวธรรมชาติ บ้านเรือนคนญี่ปุ่นระหว่างทางทำให้เพลิดเพลินมากทีเดียว จนไม่รู้สึกน่าเบื่อเลย


ปราสาทชูริและสวน (Shuri Castle)

การเดินทาง : ลงสถานี Shuri เดินตามป้ายบอกทางมาเรื่อยๆ เราก็จะมาถึงทางเข้ากันแล้ว แวะจุดประชาสัมพันธ์เพื่อขอรับแผนที่ก่อน ความน่ารักของคนญี่ปุ่นคือในแผนที่จะมีสแตมป์ให้เราปั๊มตามจุดต่างๆ เพื่อนำมาแลกของที่ระลึกด้วย

เดินเข้ามาถึงด้านใน จุดเข้าชมตัวปราสาทจะเสียค่าเข้าชม  สามารถนำตั๋วรถไฟ One Day Pass มาใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าได้

คำแนะนำ : เดินทางมาช่วงเวลาเย็นคนจะค่อนข้างเบาบางกว่าตอนเช้า


ศาลเจ้านะมิโนะอุเอะ (NAMINOUE SHRINE)

การเดินทาง : ลงสถานี Asahibashi เดินเท้า 15 นาที เปิดจาก Google Maps

ศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงของโอกินาว่า ศาลเจ้านี้ มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องรางด้านสุขภาพ ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สำหรับคนเจ็บป่วย

เชื่อกันว่าเครื่องรางนี้จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น หายจากอาการป่วย โรคภัยไข้เจ็บ

เดินมาด้านข้างของวัดและลงบันไดมาจะเจอชายหาด สามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ช่วงที่ไปอากาศค่อนข้างเย็น คนเลยบางตาแต่ก็ยังมีคนเล่นน้ำอยู่ เหมาะกับการมาปิคนิคกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก บรรยากาศดีมาก น้ำทะเลใสมาก มองขึ้นไปทางหน้าผาก็จะเห็นศาลเจ้านะมิโนะอุเอะ


DAY 2

เนื่องจากมีเวลาจำกัด วันนี้เราจึงเลือกซื้อทัวร์ เราซื้อ One Day Tour โดยการจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง http://japanican.com โดยในแพ็จเกจ รวมค่าเข้าสถานที่ไว้หมดแล้ว ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม ไม่รวมค่าอาหาร

การเดินทาง : การเดินทางไปยังจุดขึ้นรถบัสเราเลือกขึ้นที่สถานีต้นทางเพื่อที่จะได้เลือกที่นั่งก่อน จุดขึ้นรถบัส อยู่ที่สถานี PREFECTURAL OFFICE จุดขึ้นรถบัสจะอยู่ที่ KENNIM HIROBA เป็นจุดขึ้นรถบัสมากมาย อย่าลืมสังเกตุป้ายดีๆ

จุดนัดพบจะมีไกด์ท้องถิ่นยืน Standby รอเช็คชื่ออยู่ อย่าลืมพิมพ์หลักฐานการจองมาด้วย หลังจากเช็คชื่อเสร็จ ก็จะแจกสติ๊กเกอร์เพื่อให้เราติดที่เสื้อ 

บนรถจะแจกน้ำคนละ 1 ขวด ก่อนขึ้นรถ แนะนำให้ถ่ายรูปรถและทะเบียนรถไว้ด้วย เพื่อง่ายต่อการหาค่ะ เพราะสถานที่ที่เราไป รถทัวร์เยอะมาก และไกด์จะบอกเราเสมอว่าให้ตรงต่อเวลา เพราะเค้าไม่รอนะจ๊ะ ไม่รอจริงๆไม่ได้ขู่ บนรถทัวร์จะมีเครื่องมือแปลภาษาให้ อธิบายตลอดทาง มีให้เลือกหลายภาษา แต่ทัวร์ที่เราเลือกไม่มีภาษาไทย จะมีภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนและภาษาเกาหลีค่ะ 


สวนสับปะรดนาโกะ (Nago Pineapple Park)

สถานที่แรก เราจะเดินทางไปนาโกะ อยู่ห่างจากตัวเมืองนาฮา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สวนสับปะรดกึ่งสวนสนุก ไกด์จะแจกตั๋วเข้าชมให้กับเราบนรถและนัดเวลาและสถานที่นัดพบค่ะ 

แนะนำให้รีบไปขึ้นรถรางสับปะรดเป็นคนแรกๆ รถรางมีเยอะก็จริง แต่ถ้าไปช้าก็ต้องรอคิวทำให้เวลาเราน้อยลงไปอีกค่ะ รถรางจะพาชมสวนสับปะรด วนโดยรอบ


คาเฟ่

จุดลงรถรางจะมีร้านขายของที่ระลึก มีคาเฟ่เล็กๆ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ Ice-Crem ค่ะ  Pineapple Soft Cream และชูครีมสับปะรด อร่อยมาก จากร้านขาย Ice-Cream กว่าจะเดินถึงทางออกไกลพอสมควร และยังมีผ่านร้านขายของที่ระลึกอีก อย่าลืมดูเวลากันให้ดีนะคะ


หาดโคริ (KOURI BEACH)

หลังจากข้ามสะพานข้ามฝั่งมา ซึ่งสะพานยาวมาก สุดลูกหูลูกตา และเราก็มาถึงชายหาด น้ำทะเลสวยสดใส สีน้ำทะเลตัดกับสีท้องฟ้าสวยมาก คนจอดรถแวะถ่ายรูปกันเยอะมาก ลมแรงมากแต่ไม่รู้สึกเหนอะหนะหรือเหนียวตัวเลย อากาศดี เย็นสบาย


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิ (CHURAUMI AQUARIUM)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมีพื้นที่กว้างและใหญ่พอสมควร จากจุดจอดรถบัสไปจนถึงด้านใน ใช้เวลาเดิน 10-15 นาที บรรยากาศโดยรอบดีมาก ติดกับทะเล ในช่วงที่เข้าชมมีเด็กมาทัศนศึกษากันเยอะและนักท่องเที่ยวก็เยอะเช่นกัน 

เดินเข้ามาด้านในจะเจออควาเรียมสัตว์น้ำนานาชนิด เดินเข้ามาเรื่อยๆก็จะเจอตู้ปลาขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีน้องฉลามวาฬ ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ ว่ายอยู่ในตู้ ต้องรอจังหวะน้องว่ายน้ำมาเพื่อถ่ายรูป การถ่ายรูปสามารถถ่ายได้แต่ห้ามใช้แฟลช ดูน้องว่ายน้ำวนไปวนมาเพลินมาก 

ก่อนเดินทางมาดูจากรูปภาพก็คิดว่าคงเป็นอควาเรียมธรรมดา แต่ความจริงแล้วไม่ธรรมดาเลย ของจริงใหญ่และสวยอลังการมาก ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง สวยมากค่ะ คุ้มค่ากับการเดินทาง

ด้านนอกอควาเรียม มีการจัดแสดงโชว์ต่างๆ  แนะนำให้ดูการแสดงปลาโลมาแสนรู้ โชว์จะมีเวลาประมาณบ่ายสองโมง อาจต้องดูรอบจากใบปลิวอีกที น้องโลมาแสนรู้มาก ดูไม่เบื่อเลย ระยะเวลาของโชว์ประมาณ 30 นาที


แหลมมันซะโมะ (MANZAMO CAPE)

หน้าผาที่โดนน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นรูปร่างคล้ายงวงช้าง เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด เสียงน้ำทะเลที่กระทบกับหน้าผาและสายลมเย็นๆ ไม่แปลกใจเลยที่จุดชมวิวแห่งนี้เป็นที่นิยม จบทัวร์ในวันนี้เดินทางกลับเข้าสู่เมืองนาฮา

ภาพถ่ายไม่สามารถเก็บความสวยงามของที่นี่ได้หมด บรรยากาศดีมาก ถ้ามาตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน สวยมาก อากาศดี เย็นสบาย และโรแมนติค   


Steam Dining Shima Buta Ya (スチームダイニング国際通り)

ร้านตั้งอยู่บนถนนเส้นคู่ขนานกับถนนโคะขุไซโดริ แนะนำให้เปิด Google Maps ไปเพราะร้านไม่ได้อยู่ถนนเส้นหลัก ร้านหมูนึ่ง ร้านนี้น่าจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียง ภายในร้านมีลายเซ็นของเหล่าคนดังมากมายที่เคยมาทาน

เมนูเบสิคยอดนิยมคือหมูนึ่ง ทางร้านจะเสริ์ฟให้เราทำเอง มีวิธีทำบอกในคู่มือ ถ้าใครไม่แน่ใจทางร้านเค้าช่วยทำให้ ในการนึ่งเค้าจะนำนาฬิกาทรายมาตั้งเพื่อจับเวลา พอครบรอบเราก็สามารถเปิดทานได้แล้ว สุกกำลังพอดี เนื้อหมูนุ่ม เป็นเมนูทานเพื่อสุขภาพได้เลย


DAY 3

วันนี้เราตื่นสายเลยเที่ยวใกล้ๆ ตลาดแถวที่พักตลาดนี้จะมีหลายตลาดรวมกันอยู่ เดินเข้ามาตามตรอกซอกซอยของถนนโคะคุไซโดริ จะเจอถนนที่ชื่อว่า Heiwa Dori มีอาหาร ของฝาก เสื้อผ้า และของที่ระลึกขายมากมาย ด้านในตลาดมีร้านโอนิกิริชื่อดังอยู่ ตามหายากหน่อยเนื่องจากอยู่ในซอยแคบมาก


ร้าน TAMAGO ONIGIRI

ร้านข้าวปั้นที่มีชื่อเสียง เป็นข้าวปั้นที่ดูธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย อร่อยมาก มีคนมาเข้าคิวรอหลายคนเลย 

ถ้าไม่อยากรอคิวนานแนะนำให้ไปซื้อที่สนามบินวันเดินทางกลับ นำกลับมาทานที่ประเทศไทยก็ยังอร่อยอยู่เลยค่ะ

แพลนเที่ยวในวันนี้ตั้งใจจะเดินทางไปอีกที่หนึ่งแต่เนื่องจากตื่นสาย ที่ๆอยากจะไปค่อนข้างใช้เวลาเดินทาง เลยตัดสินใจเที่ยวใกล้ๆแถวนี้  วันนี้เที่ยวเลยแบบโนแพลนเลย ลองเสิชสถานที่เที่ยวที่ไม่ไกลมากดู ก็เจอพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์จังหวัดโอกินาว่า เลยตัดสินใจไปที่นี่ ตอนแรกไม่คิดว่าจะไปที่นี่เลย ดูไม่ใช่แนวเราเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ  


ร้านกาแฟ 35 COFFEE

ระหว่างทางไป เนื่องจากยังง่วงอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อวานไปเที่ยวหรือไปรบมากันแน่ ฮ่าๆๆๆ  ขอลองแวะชิมกาแฟที่เป็นกาแฟท้องถิ่นซะหน่อย หาได้ง่ายมาก ตามสถานีรถไฟทั่วไปเลย

35 COFFEE เป็นร้านกาแฟท้องถิ่น โดยใช้ปะการังที่ตายแล้วใช้ในการคั่ว กาแฟเข้มมาก มีเมล็ดกาแฟขายด้วย ร้านนี้มีหลายสาขาค่ะ สาขาที่เราไปคือถนนโคะคุไซโดริ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของตึกดองกี้ ตามสถานีรถไฟทั่วไปก็มี หลังแวะดื่มกาแฟ เติมคาเฟอีนในร่างกายเรียบร้อย พร้อมลุยต่อ

จากที่พักเรานั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Omoromachi Station จากนั้นก็เปิดกูเกิ้ลแมพ เดินตามทางไปเรื่อยๆ อากาศเย็นสบายๆ เดินประมาณ 5-10 นาที ข้อดีของการเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรัดคือมีเวลาเดินดูบ้านเมืองเค้าค่ะ เดินชมวิวไปเรื่อยๆ 


พิพิธภัณฑ์สถานและหอศิลป์จังหวัดโอกินาว่า (OKINAWA PREFECTURAL MUSEUM & ART MUSEUM)

พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโอกินาว่า รวมถึงด้านใน ภายในอาคารเดียวกันมีการจัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่นภาพวาด ประติมากรรม

สำหรับคนไม่ชอบศิลปะหรือวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ที่น่าสนใจเท่าไหร่นัก ตอนแรกเลยก็คิดแบบนั้นว่าต้องน่าเบื่อแน่ๆ เลยไม่ได้ใส่ไว้ในแพลน แต่พอได้เข้าชมจริงๆแล้ว เดินเพลิดเพลินจนถึงเย็นเลย ได้ความรู้ด้วย

ตามจุดต่างๆจะมีเสียงหลายภาษาให้เราเลือกฟังประวัติ แต่ตอนที่เราไปบางจุดมันชำรุด ฟังไม่ได้ก็มี แต่ก็ให้ภาพเล่าเรื่อง พอจะเดาๆ ได้ว่า อ๋อ มีความเป็นมาแบบนี้ ฮ่าๆๆๆ  บางอย่างเราก็ไม่เคยเห็นตามพิพิธภัณฑ์ที่เราเคยไปมา น่าสนใจมากค่ะ

ออกมาด้านนอกภายในอาคารเดียวกัน ก็จะมีงานแสดงศิลปะ อันนี้เราไม่แน่ใจค่ะว่ามีการเปลี่ยนไปเรื่อยไหม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว มีอะไรเราดูหมดค่ะ อิอิ ด้านในห้ามถ่ายภาพนะคะ เลยไม่มีภาพมาให้ชมกัน

เดินเพลินจนเย็นมากๆค่ะ เริ่มหิวแล้ว เราเดินกลับทางเดิม ตอนเดินมาจากสถานีรถไฟมาถึงพิพิธภัณฑ์ ระหว่างทางจะมีห้างสรรพสินค้าอยู่ เป็น Department Store เผื่อใครอยากช้อปปิ้งตอนเดินกลับ มีเครื่องสำอางค์ Counter Brand และภายในห้างยังมี ร้านเครื่องเขียน Tokyu Hands ที่เป็นที่นิยม ร้านนี้ขายของที่มีดีไซน์ มีไอเดีย คล้ายกับร้าน Loft เลย เราแวะแป๊ปเดียว กะแวะแป๊ปเดียวจริงๆค่ะ แต่แวะนานเลย และเริ่มขี้เกียจหาร้านทานข้าวแล้ว เลยกลับไปทานร้านข้างๆ ที่พักแทนค่ะ


ร้านอันมายะ (ANMAAYA あんまー家ー)

ร้านอาหารข้างที่พัก เป็นร้านอิซากะยะ Izakaya ด้านในจะมืดมากมีแสงไฟสลัวๆ ร้านอิซะกะยะคือร้านเหล้าแบบญี่ปุ่น ขายทั้งเหล้าและอาหารง่ายๆ

เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาโอกินาว่าคือมะระผัดไข่ มะระสีเขียวเข้มมีเปลือกหนาแต่ไม่ขม อีกเมนูหนึ่งคือ เนื้อหมู AGU ซึ่งเป็นเนื้อหมูขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อหมูชั้นดี 

AGU คือชื่อพันธุ์ของหมู เลือกเมนูเป็นเนื้อหมูทอด ไม่เหนียว แป้งกรอบ เนื้อหมูนุ่ม ทานกับซอสอร่อยเข้ากัน อีกเมนูหนึ่งที่สั่งแล้ว รสชาติเหนือความคาดหมาย คือ IKA SOUMEN เส้นนุ่มและหอมมาก

สั่งทานคนเดียวจนคนในร้านและคนข้างๆมองคงสงสัยว่ากินหมดหรอ ฮ่าๆ เรากินอิกะโซเมนหมดเกลี้ยงเลย อร่อยหรือหิวมากก็ไม่รู้ แต่มะระผัดไข่นี่ไม่ค่อยว้าวตามคำแนะนำหรือที่อ่านรีวิวอื่นๆ มา อาจจะยังไม่ใช่ร้านดังมั้งนะคะ ส่วนหมูอากูก็นุ่มจริงๆ ทานเสร็จแล้ว กลับถึงที่พักก็สลบเลยค่ะ 


DAY 4

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว เลือกให้เป็นวันแห่งการช้อปปิ้ง ไม่ได้เดินทางไปไหนเลย ไปแต่ที่ใกล้ๆ ที่พักถนนโคะคุไซโดริ เดินได้ทั้งวัน

ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าของโรงแรม เมนูเดิมเลย ถ้ามาเที่ยวหลายวัน ทานหลายวันคงจะเบื่อน่าดู ทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็ไปช้อปปิ้งของฝาก เดินเล่นชิลๆ กันค่ะ ตอนกลางวันแตกต่างจากตอนกลางคืนมากๆ เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์จะมีการปิดถนนชั่วคราว มีการแสดงกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น กลองไทโกะ ร้องเพลง และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ถนนนี้คึกคักมากทีเดียว


ถนนโคะคุไซโดริ (KOKUSAI DORI STREET)

ถนนคนเดิน แหล่งช้อปปิ้ง ของฝาก ของที่ระลึก จะไม่ค่อยพบร้านแบรนด์เนม จะเน้นงานท้องถิ่นมากกว่าและมีร้านดองกิโฮะเตะ แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตแบบในเมืองให้ช้อปปิ้งด้วย

ถนนสายนี้ในช่วงกลางวันกับช่วงกลางคืนจะแตกต่างกัน ช่วงกลางวันเป็นแหล่งท่องเที่ยวช้อปปิ้ง ช่วงกลางคืนเต็มไปด้วยร้านอิซากะยะ ที่คนมารับประทานอาหารและมาดื่มสังสรรค์กัน

เดินมาเรื่อยๆ ก็มาแวะตลาดมาคิชิ จะมีป้ายให้เห็นชัดเจน เดินเลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ มีของขายมากมาย เป็นตลาดอาหารทะเล สามารถเลือกวัตถุดิบให้ทางร้านทำเป็นเมนูต่างๆ มารับประทานได้ แต่เนื่องจากยังอิ่มอยู่แต่ก็อยากทานเลยสั่งปลาดิบกับหอยเชลล์มาลองว่าสดจริงไหม จานใหญ่มากค่ะ ทานคนเดียวไม่หมด เลยต้องให้โต๊ะข้างๆ ไป แต่ขอบอกว่าอาหารสดมากเลย หอยเชลล์หวานมากค่ะ 


ตลาดมะคิชิ MAKISHI MARKET

ด้านในตลาดก็จะคล้ายกับตลาดอาหารทะเลสดบ้านเรา มีอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ อยู่ในตู้เลย มีหลายร้านให้เราเลือก สามารถเลือกวัตถุดิบไปทำอาหารได้ เราเลือกทานปลาดิบ สดมากค่ะ หอยเชลล์หรือเรียกว่าโฮะตะเตะ Hotate หวานมาก

หลังจากทานอาหารทะเลเสร็จเราก็เดินเล่นดูอาหารทะเลสดร้านอื่นๆ แป๊ปนึง และออกมาเดินเล่นตลาดต่อค่ะ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านขายของฝากหลายร้านมากๆ ส่วนมากเป็นของท้องถิ่น Handmade เยอะมาก 

เราได้แวะซื้อคาลบี้ คาลบี้ที่นี่จะมีรสชาดพิเศษคือรสมันม่วงค่ะ แนะนำเลย เหมาะแก่การนำไปเป็นของฝาก

ทริปของเราก็จบลง เตรียมตัวลากกระเป๋ากลับ ไม่อยากกลับเลย ฮ่าๆๆๆ เราได้เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไปสนามบินเยอะพอสมควร เนื่องจากเราจะไปซื้อข้าวปั้นที่สนามบินกลับบ้านแต่ร้านอยู่คนละเทอมินอลกับที่จะขึ้นเครื่องเลยต้องเผื่อเวลานิดนึง แต่เราคงเผื่อมากเกินไป เลยไปนั่งรอนานมาก เรียกว่าไปจองที่นั่งก็ว่าได้

สนามบินเล็กมากค่ะ ถ้าไปช้าก็ยืนรอยาวๆเลย ไม่มีที่นั่ง และ ขอเตือนว่าเจ้าหน้าที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องทุกใบนะคะ ห้ามเกินที่กำหนดไว้ 7 Kgs แอบเห็นคนญี่ปุ่นเอาของออกจากกระเป๋ามาซุกไว้กับตัวด้วย ฮ่าๆๆๆๆ เค้าตรวจเข้มจริงจัง ขอจบการรีวิวในการเที่ยวคนเดียวเพียงเท่านี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าคร่าา   

ของขึ้นชื่อประจำเมือง

ของฝากโอกินาว่า สามารถหาซื้อได้ที่ถนนโคะคุไซโดริที่เดียว รวมครบทุกอย่าง ของขึ้นชื่อจะเป็นของที่มีมันม่วงเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นคิทแคทมันม่วง ทาร์ตมันม่วง คาลบี้มันม่วง 

ของที่ระลึกท้องถิ่น จะเป็นแก้วที่ทำมาจากการเป่าแก้ว มีสีสีนสดใส เป็นของฝากที่นิมซื้อกลับไปฝาก และรูปปั้นสิงโตซีซาร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่ารีวกีว

สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน

ค่าเดินทาง ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 6,500 บาท
ค่าเดินทางไปสนามบิน 90 บาท
ค่าเดินทางไปจุดขึ้นรถทัวร์ 135 บาท
ค่าที่พัก โรงแรม 4 วัน 3 คืน 3,328 บาท
ค่าสถานที่ Sim2Fly 299 บาท
ค่าเข้าปราสาทซูริ 195 บาท
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 430 บาท
อื่นๆ One day tour 1,389 บาท
YURAIL One day ticket 236 บาท
รวมทั้งหมด 12,602 บาท
ค่าเดินทาง
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 6,500 บาท
ค่าเดินทางไปสนามบิน 90 บาท
ค่าเดินทางไปจุดขึ้นรถทัวร์ 135 บาท
ค่าที่พัก
โรงแรม 4 วัน 3 คืน 3,328 บาท
ค่าสถานที่
Sim2Fly 299 บาท
ค่าเข้าปราสาทซูริ 195 บาท
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 430 บาท
อื่นๆ
One day tour 1,389 บาท
YURAIL One day ticket 236 บาท
รวมทั้งหมด 12,602 บาท

สรุปตารางท่องเที่ยว