แวะไปนอนรีวิววรบุระ หัวหิน :) ได้ส่วนลดห้องพัก 30% เลยเอามาฝาก By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014 (Part 01)

วันที่เขียน 08/12/2016
ยอดเข้าชม

11

แวะไปนอนรีวิววรบุระ หัวหิน :) ได้ส่วนลดห้องพัก 30% เลยเอามาฝาก By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014 (Part 01)

วันที่เขียน

08/12/2016

ยอดเข้าชม

11

เขียนโดย Nuim Navigator

แชมป์รายการแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย (Workpoint) / พิธีกรเที่ยวสบายสไตล์ชุมชน / Podcaster

โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในช่วงเย็นวันหนึ่ง เสียงรุ่นพี่ปลายสายพูดมาสั้นๆ ว่า “หนุ่ม...พี่จะไปถ่ายรูปที่หัวหิน? ไปด้วยกันไหม”

คำตอบเดาได้ไม่ยากครับว่า “ไป” แม้ว่าเย็นนั้นฝนตกหนักที่กรุงเทพ เลยคิดว่าที่หัวหินปลายอาทิตย์นี้ ฝนจะตกด้วยหรือเปล่า? แต่ก็ไม่มีผลอะไร เพราะใจมันเดินทางไปก่อนเรียบร้อย

หัวหินใน พ.ศ. นี้เปลี่ยนแปลงเร็วตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ตามนักท่องเที่ยวที่มีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนต่างชาติ เรียกว่าเอาใจครบทุกเพศทุกวัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีมากมายไม่ต่างจากกรุงเทพเลย แต่เสน่ห์ของหัวหินก็ยังคงอยู่นะครับ ในแง่ของการเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่มีอากาศดี มีก้อนหินเยอะๆ เป็นพร็อพ ลมทะเลเย็นๆ เรียกได้ว่าฮอตฮิตตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า จนมาถึงเจนทัชกรีนที่ชอบมาหัวหินด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า

อย่างผมมาหัวหินครั้งนี้ก็ด้วยความบังเอิญกึ่งไม่มีเหตุผลและใจง่าย (ฮา) แต่กลับพบว่าท่ามกลางเมืองท่องเที่ยวแบบนี้ ยังมีบางอย่างหมือนถูกหยุดเวลาไว้ในบรรยากาศย้อนยุค คลาสสิคแบบวันวานที่ผ่านมาแล้วเป็นสิบๆ ปี เหมือนกับได้นั่งไทม์แมชชีนของโดราเอมอนเลย

เพราะเพียงเลยตลาดนัดซิเคด้าและเลี้ยวเข้าซอยหัวหิน 23 มาไม่กี่ร้อยเมตร ผมได้เจอกับ “วรบุระ หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา” ที่นัดหมายระหว่างผมกับรุ่นพี่ที่จะมาถ่ายรูปกัน...อืมมมม อธิบายยังไงดี??? คือภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนกับเราหลุดเข้าไปในยุครัชกาลที่ 5 ศิลปะแบบโคโลเนียลเต็มไปหมดเลย บางคนก็เรียกงานแบบนี้ว่าตึกฝรั่ง ซึ่งมีความเป็นไทยผสมเข้าไปอยู่พอสมควร

ยังไม่ทันจะดื่มด่ำกับบรรยากาศดี อยู่ๆ ก็มีเสียงเรียกอย่างสุภาพว่า “เชิญนั่งพักที่ล็อบบี้ก่อน...ขอรับ” ผมนี่ตกใจเลย (ฮา) ไม่ใช่กลัวนะครับ แต่งงๆ อยู่ว่าสมัยนี้ยังมีคนพูดแบบนี้ด้วยเหรอ? ก็เดินตามเข้าไปแต่โดยดี  พอถึงหน้าฟร้อนท์แผนกต้อนรับ น้องๆ ผู้หญิงก็ขานเสียงอย่างไพเราะว่า “สวัสดีเจ้าค่ะ จองไว้ในชื่ออะไร...เจ้าคะ?” โอ้โฮ! พูดย้อนยุคทั้งผู้ชายผู้หญิงเลย พอเริ่มเข้าใจแล้วว่า น่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ของวรบุระที่ให้ความรู้สึกกลับไปในช่วง ร.ศ. กลางรัตนโกสินทร์...แบบ 5D ครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

ระหว่างรอเช็คอิน ตามประสาคนไม่ชอบอยู่กับที่ ก็เดินไปมาสำรวจล็อบบี้เพลินๆ มีกลิ่นไอในยุคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ สีน้ำตาลเข้มแบบไม้โอ๊คช่วยสร้างบรรยากาศได้อย่างดีมาก ตามเสาต้นต่างๆ มีภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้ได้ดูกัน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ไปในตัว

“คุณเฉลิมชัย พักห้องนนทบุรีนะ...เจ้าคะ” เสียงน้องพนักงานต้อนรับเดินมาบอกอย่างสุภาพ และยื่นคีย์การ์ดมาให้พร้อมกับ Welcome Drink น้ำมะตูมหวานเย็นชื่นใจ ผมว่าเสน่ห์ของการเข้าพักไม่ว่าจะเป็นที่แห่งไหนในโลกคือบริการที่ดี นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ติดใจและกลับมาเมืองไทยอยู่บ่อยๆ ก็เพราะเหตุผลนี้ครับ และแน่นอนว่าวรบุระคือหนึ่งในนั้น

ลืมบอกไป...กว่าผมจะขับรถฝ่าฝนช่วงบ่ายแก่ๆ จากกรุงเทพออกมานอกเมืองสู่เส้นพระราม 2 - ปากท่อ  ได้ก็หนักเอาการ จึงมาถึงที่พักวรบุระก็มืดค่ำแล้ว เลยไม่ได้เดินสำรวจอะไรมากมายนอกจากล็อบบี๊ (ภาพที่เห็นมาถ่ายใหม่อีกที่ตอนเช้านะครับ) แต่น้องที่พาไปยังห้องพักก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใสและยังฟิตอยู่ ระหว่างทางเดินจึงอธิบายถึงรูปแบบห้องพักว่ามีทั้งหมด 77 ห้อง โดยตั้งชื่อตามจังหวัดของประเทศไทย 76 ห้อง และอีก 1 ห้องเป็นชื่ออำเภอหัวหิน...เหมือนน้องเขารู้ว่าผมกำลังจะถามอะไรต่อ? จึงชิงตอบก่อนว่า “...วรบุระเปิดมาได้ 11 ปีแล้ว ตอนนั้นยังไม่มีจังหวัดที่ 77 บึงกาฬ ที่พักจึงมีเพียง 76...เจ้าค่ะ” เป็นอันว่าคลายข้อสงสัยผมได้อย่างชัดเจน แต่ยังติดอยู่อีกนิดนึงว่า...ทำไม? ถึงให้ผมพักที่ห้องนนทบุรี เหมือนจะรู้ว่าบ้านผมอยู่เมืองนนท์...น้องยิ้มมุมปากแล้วตอบนิ่มๆ ว่า “...เจ้าค่ะ”

เมื่อการ์ดเสียบที่ผนังประตูห้อง ระบบไฟทุกอย่างเปิดและเริ่มทำงาน บอกได้คำเดียวว่าน่านอนมากๆ การแต่งห้องดูโปร่ง โล่งสบาย เตียงนุ่ม มีความวินเทจด้วยพื้นไม้ที่แข็งแรง ไม่มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดให้รำคาญใจ (บางที่ทีผมไปพักเสียงพื้นไม้ดังจริงๆ นะครับ - ขนาดว่าเดินย่องแล้ว 555) ห้องน้ำก็กว้างขวาง มีอ่างอาบน้ำที่สามารถเปิดหน้าต่างและนอนแช่เพื่อดูทีวีในห้องนอนได้ไปพร้อมกัน คุยไปคุยมาเริ่มหิวน้ำครับ สงสัยโม้เยอะไปหน่อย (ฮา) เลยหยิบน้ำในห้องมากินรวดเดียวหมดทั้ง 2 ขวด น้องเขายิ้มและบอกว่า “...น้ำดื่มสั่งได้ตลอด 24 ชม. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนะ...เจ้าค่ะ”

บอกตรงๆ ว่าเป็นความประทับใจอีกอย่างเลยครับ น้ำดื่มฟรีที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่แสดงถึงความห่วงใยและใส่ใจลูกค้าสุดๆ ครับ เพราะกว่า 90% ของห้องเมืองไทย ส่วนใหญ่ให้จำกัดน้ำดื่มให้วันละ 2 ขวดเท่านั้นเอง เกอนกว่านั้นเสียเงิน และสิ่งที่เป็น Gimmick อีกอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในทุกห้องพักคือ “ของดีประจำจังหวัด” 77 จังหวัดก็ 77 ชิ้น...สุดยอดครับ! แน่นอนว่าของดีประจำเมืองนนท์ก็คือ...เครื่องปั้นดินเผา เกาะเกร็ด...ใจจริงแล้วอยากเดินไปดูให้ครบทุกห้องเลยครับ แต่ดึกขนาดนี้คนที่พักในห้องคงจะไม่ให้ (ฮา) เอาเป็นว่านอนพักเอาแรงก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

ที่พักระดับ 5 ดาวแบบวรบุระนี้ ติดทะเลแน่นอน ยิ่งตอนเช้าๆ พระอาทิตย์จะขึ้นมาใกล้ๆ กับวิวเขาตะเกียบที่อยู่ทางขวามือ โรแมนติกมาก ส่วนใครอยากใส่บาตรที่นี่ก็มีนะครับ ทุกวันอาทิตย์ทางวรบุระจะเตรียมชุดใส่บาตรไว้ให้ และไปรอพระที่ริมทะเลได้เลย สดชื่นกันทั้งใจและกาย แต่เช้าวันที่ผมไปอาจครึ้มๆ นิดนึง เพราะอยู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศริมทะเลจึงมืดๆ ไม่สดใส ไม่ค่อยแน่นอน แต่ที่แน่นอนแล้วคือ “ห้องอาหารเช้า จุลมงกุฎ” เปิดแล้วครับ เปิดตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ยาวถึง 10 โมงครึ่งเลย ถือว่าเป็นบุฟเฟ่ต์คุณภาพมากๆ มีให้เลือกทั้งสัญชาติไทยและฝรั่งมากมาย โดยเฉพาะเมนูพาสต้าได้รางวัลการันตีมาเลย ใครชอบอาหารอิตาลีต้องลองดูครับ ส่วนขากินแนวญี่ปุ่นก็มีข้าวปั้นหลากหลายหน้าให้ได้ลิ้มลองกัน สำหรับพี่ไทยไม่ต้องกลัวน้อยหน้า พ่อครัวรอทอดปาท่องโก๋ร้อนๆ พร้อมปั้นพร้อมหั่นอยู่หน้ากระทะ น้ำเต้าหู้ก็มาครับ และอาหารหนักอย่างก๋วยเตี๋ยวก็พร้อมประจำการเช่นกัน

เราสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ถ้านั่งด้านนอกก็จะได้ชมสวนสไตล์อังกฤษ โดดเด่นด้วยน้ำพุขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง ร่มรื่นมากๆ ครับ หากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วลองขึ้นบันไดมาด้านบน จะเห็นสวนนี้ในมุมสูง จินตนาการได้เลยว่าเหมือนเราย้อนยุคยืนชมสวนของเราเอง ซึ่งในหัวหินปัจจุบันสวนแบบนี้หาดูได้ยากนะครับ หากลองสังเกตอีกนิด จะเห็นว่ากระเบื้องมุงหลังคาตึกเป็นแบบ “กระเบื้องว่าว” นำมาเรียงต่อกันในแนวเส้นทะแยงมุมอย่างเป็นระเบียบ จนได้รูปทรงสวยงามแนวโคโลเรียลอย่างที่เห็น โดยตึกที่พักจะถูกออกแบบให้มีเพียง 3 ชั้น เพื่อไม่ให้บดบังวิวทิวทัศน์ทะลและต้นไม้ที่อยู่รอบๆ มากเกินไป ด้วยความสูงเท่านี้จึงไม่มีลิฟท์ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องการยกกระเป๋าและข้าวของนะครับ น้องๆ ทุกคนพร้อมให้บริการ 24 ชม.

เห็นวินเทจแบบนี้ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าขั้นเพอร์เฟ็กต์เลยครับ ผมจึงขอตัวรุ่นพี่ที่มาด้วยกันว่าเปลี่ยนใจ ไม่ไปถ่ายรูปที่อื่นแล้ว แต่ขอเดินเที่ยวชิลล์ๆ ที่วรบุระแทน เสร็จธุระแล้วค่อยเช็คเอ้าท์พร้อมกัน

พูดง่ายๆ ว่าขอเดินสำรวจแก้ตัวเมื่อคืนที่มาถึงเสียดึก และที่พักสไตล์โคโลเนียลแบบนี้ที่หัวหินหาได้ยากนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ออกแนวโมเดิร์น มินิมอล ลอฟท์ เมดิเตอร์เรเนียม หรือแบบอื่นๆ กันหมดแล้ว ดังนั้นหากมีเวลาควรอยู่ที่นี่ให้คุ้มเหมือนผมครับ เดินไปเล่น wifi ฟรีได้ทั่วโรงแรมเลยนะครับ หรือจะนั่งเล่นริมสระว่ายน้ำที่หันหน้าออกทะเลก็ได้ บรรยากาศดีใช่ย่อย จักรยานก็มีให้ยืมปั่นฟรี ห้องฟิตเนสก็มีรองรับนะครับ เล็กๆ แต่อุปกรณ์มีครบ เหมาะกับคนที่อยากออกกำลังเบาๆ พอผ่อนคลาย ซึ่งห้องนี้จะอยู่ฝั่งเดียวกับสปาที่มีแพ็คเกจให้เลือกเยอะเลยครับ ชอบแบบไหนเลือกได้ตามใจเลย ส่วนครอบครัวไหนมีเด็กก็ไปห้องเด็กเล่นได้เลย ของเล่นเพียบ เลือกกันเล่นไม่ถูกเลย หรือใครอยากปลีกวิเวก นั่งเงียบๆ ห้องหนังสือก็มี พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ Desktop ไว้บริการอย่างพร้อมสรรพครับ

เดินไปเดินมาท้องเริ่มหิวอีกรอบ จึงถามน้องๆ พนักงานว่าทานอาหารกลางวันได้ที่ไหน? “ห้องอาหารรักษ์ทะเล อยู่ริมทะเล...เจ้าค่ะ” คำตอบและคำพูดเพราะๆ แบบนี้ บอกตรงๆ นะครับว่าอยากถามพวกเขาทุกครั้ง จะได้ตอบ “...ขอรับหรือเจ้าค่ะ...” บ่อยๆ ดูเหมือนตัวเองเป็นท่านเจ้าคุณเลย (ฮา) แต่ก่อนไปถึงที่หมายก็ไปสะดุดตากับเรือน 3 หลังที่อยู่ใกล้ทะเล จริงๆ เขาเรียกว่าวิลล่าครับ แต่ขอเรียกเรือนเพราะดูเข้ากันดี

เรือนหรือวิลล่าหลังแรกคือ “Bangkok หรือกรุงเทพฯ” เป็นห้องพักใหญ่ที่สุดในวรบุระ เอกลักษณ์ก็ยังคงของดีประจำจังหวัดอยู่ นั่นก็คือเสาชิงช้า ด้านในมีทั้งหมด 2 ห้องนอน พร้อมห้องนั่งเล่น เหมาะกับครอบครัวใหญ่มากๆ ครับ พักกันสบายเลย แถมยังมีอ่างน้ำจากุ๊ซซี่แบบ Outdoor ให้มองดาวกันเพลินๆ ยามค่ำคืนด้วย ถัดมาล่องใต้ทันทีครับ “ภูเก็ต” ชื่อวิลล่าที่ตกแต่งสไตล์ชิโนโปรตุกิสอย่างที่รู้กัน ฉาบโทนภายในด้วยสีฟ้า เหมือนพักผ่อนอยู่ท่ามกลางทะเล สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และยังมีมินิบาร์เล็กๆ ไว้นั่งปาร์ตี้กันด้วย

ส่วนหลังสุดท้ายปิ๊กขึ้นเหนือ “เชียงใหม่” ถือเป็นห้องสำหรับคู่รักฮันนีมูนเลยครับ นอกจากใส่สไตล์ล้านนาเข้าไปอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว วิลล่านี้ยังเป็นเรือนที่ติดชายทะเลมากที่สุด แถมยังมีอ่างจากุ๊ซซี่สุดหรูที่หันหน้าออกทะเลได้วิวครบทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น

เอาเป็นว่าใครอยากได้อารมณ์ติดทะเลหน่อยต้องพักแบบ Villa ครับ ส่วนห้องที่อยู่ในตึกก็มีทั้งแบบห้อง Suite ที่มีห้องขนาดใหญ่และแบบสวีท แบบ Deluxe ก็จะสะดวกสบาย และสุดท้ายแบบ Superior ก็จะกะทัดรัดและพักผ่อนสบาย ไม่ต่างจากอยู่บ้านเลยครับ ทั้ง 4 แบบนี้ชอบแบบไหนจัดได้เลยครับ Happy แน่นอน

.................................

พื้นที่ไม่พอ...ต่อกัน Part 2 นะครับ

แวะไปนอนรีวิววรบุระ หัวหิน ได้ส่วนลดห้องพัก 30% เลยเอามาฝาก

By หนุ่ม สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ท่องเที่ยวไทย 2014 (Part 02)

.................................

Review นี้มีโปรโมชั่นมาฝากกันครับ!!!

ห้องพักระดับ 5 ดาว ที่วรบุระ หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา

"ส่วนลด 30% ค่าห้องพักพร้อมอาหารเช้า จากราคาปกติ"

เพียงจองผ่านเว็บไซต์ www.worabura.com โดยใช้ Promo Code : FANPANTAE14

จองได้ตั้งแต่ 8 - 31 ธ.ค. 2559 และเข้าพักได้ตั้งแต่ 8 ธ.ค. 2559 - 28 ก.พ. 2560

อย่าช้ากันนะครับผม

สิ่งที่เราอยากแนะนำ